โรบิน ฟาน เพอร์ซี อดีตกองหน้าของ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจถึงความเจ็บปวดหลังจากที่โดน หลุยส์ ฟาน กัล ขายทิ้งในยุคที่เป็นนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด


อาร์วีพี ย้ายจาก ​อาร์เซนอล มาร่วมทีม ปีศาจแดง ในซีซันสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์เมื่อปี 2012 และช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ​พรีเมียร์ลีก หลังจบฤดูกาลพร้อมกับยิงไป 30 ประตู


อย่างไรก็ตามเมื่อ เซอร์ เฟอร์กี้ ประกาศรีไทร์ไป ในซีซันต่อมา ฟาน เพอร์ซี ก็ไม่สามารถกลับมาเล่นในระดับที่เคยทำไว้ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ และ ไรอัน กิกส์ และมาถูกขายทิ้งหลังจากที่ได้ร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อซีซัน 2014-2015 โดยทำได้เพียง 12 ประตูจากการลงเล่น 31 เกม


อดีตกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์กล่าวถึงช่วงเวลาอันขมขื่นนั้นว่า “ผมได้คุยกับ ฟาน กัล และเขาก็บอกกับผมว่า ‘โอเค โรบิน ถึงเวลาที่เราต้องจากกันแล้ว ผมเป็นโค้ช ส่วนคุณคือนักฟุตบอล คุณต้องไป เวลาของคุณหมดแล้ว’ ”



“ผมบอกกับเขาว่าผมยังมีสัญญาอยู่กับทีม แต่เขาก็ตอบกลับมาว่า เขาไม่สน มันโหดร้ายมากที่ต้องจบลงแบบนี้ ผมรู้ว่าบางอย่างกำลังเข้ามาแต่ไม่นึกว่ามันจะโหดร้ายขนาดนี้ รวมทั้งวิธีการที่เขาพูดกับผมด้วย“


“ผมบอกเขากลับไปว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น นั่นเป็นความเห็นของคุณ แต่ผมมีสัญญาและผมมีความสุขในการเล่นในอังกฤษกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดังนั้นเราจะได้เห็นกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้นผมก็ลุกขึ้น จับมือกับเขา และเดินออกมา”


“สิ่งที่เขาทำนั้นโหดร้ายมาก ยากจะรับได้ และมันตรงไปตรงมาเกินไป จากนั้นผมก็คิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง พอเราเริ่มสตาร์ทช่วงพรีซีซัน ผมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นในเกม 11 ต่อ 11 คน แต่ผมได้บอลมาซ้อมด้วยตัวเองแทน”


“ดังนั้นคุณต้องพยายามสงบนิ่งเข้าไว้ แต่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับผมมากมาย คุณบอกไม่ได้หรอกว่ามันไม่ได้ส่งผลอะไรกับคุณเลย มันเป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อตัวผม ครอบครัวของผม และอาชีพของผมเป็นอย่างมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญเลยทีเดียว” ฟาน เพอร์ซี กล่าว